ศิธา ทิวารี (ปุ่น)

เรือเร็วลมพระยา จำกัด
ผู้ถือหุ้น


          "เคยเรียน ABC Real มาแล้ว ทำไมยังมาเรียน ABC อีก" เป็นคำถามที่ผมได้ยินอยู่เสมอ ตั้งแต่มาเรียน ABC#4 ตัวผมเองก็คิดเช่นนั้นมาตลอด เราเคยเรียน ABC Real มาแล้ว ได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว ABC แล้ว อายุก็ขนาดนี้จะไปเรียนอะไรกันนักหนา จึงไม่เคยคิดว่าจะมาเรียนABC ซ้ำอีกเลย จนกระทั่งช่วงก่อนเปิดรับสมัคร ABC#4 ผมได้มีโอกาสไปงานที่ ABC Talent น้องเล็กของครอบครัว ABC จัดขึ้น ABC Talent จัดงานวันนั้นโดยชวนพี่ๆ ABCทุกรุ่นรวมทั้ง ABC Real มาร่วมงานด้วย ตอนนั้นหลายๆคนพูดว่า น้องๆตั้งใจจัดงานกันมาก เตรียมการกันมาหลายเดือน จึงอยากให้พี่ๆทุกคน ไปให้กำลังใจกันหน่อย ในตอนแรกผมคิดแต่เพียงว่า เราต้องไปร่วมงานเพื่อสนับสนุนและให้กำลังใจน้องๆ เพราะเราคือครอบครัว ABCด้วยกัน บอกตามตรงเลย ผมกะว่าจะอยู่ร่วมงานสักพัก พอเป็นวีซ่าได้ออกจากบ้าน แล้วค่อยเถลไถลไปเที่ยวที่อื่นต่อ แต่ปรากฏว่าคืนนั้น ผมอยู่ร่วมงานด้วยความสนุกสนาน และทึ่งในความสามารถของน้องABC Talent จนดึกดื่น งานใกล้เลิกจึงค่อยกลับบ้าน ในงานวันนั้น พี่เน่งได้คุยกับผมถึงรูปแบบของงาน ซึ่งเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ ความสามารถเฉพาะตัว และการทำงานเป็นทีม ด้วยความสนุกสนานสามัคคี ซึ่งพี่เน่งใช้คำว่า พลังของเด็กรุ่นใหม่เยอะมาก เมื่อได้มาเรียนรู้วิชาABC จนจบไปแล้ว ก็อยากจะ"ปล่อยของ" ให้พี่ๆ ABCทุกรุ่นได้เห็น และได้ชื่นชมในผลงานของพวกเขา ซึ่งพวกเขาสามารถทำได้เป็นที่น่าประทับใจยิ่ง ผมได้ตัดสินใจในวันนั้น และได้เรียนกับพี่ตุ้มพี่โจ้และพี่เน่ง ในวันต่อมาว่า ผมจะขอสมัครเรียน ABC#4 ด้วย โดยผมได้คุยกับพี่โจ้ว่า หลักสูตรABC ของพี่มันคือ "Hawk Ward School ที่อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง" หลักสูตรนี้ สามารถดึงเอา Talent ของน้องๆที่เติบโตในยุค Gen. Y ออกมาใช้จนสุดความสามารถ และยังขยายต่อยอดออกไปได้เรื่อยๆ อย่างที่เจ้าตัวอาจไม่เคยรู้เลยด้วยซ้ำว่า ตัวเองมีความสามารถมากขนาดนี้ และผมเชื่อว่าในอนาคต ผู้ที่จบหลักสูตร ABCนี่แหละ ที่จะเป็นผู้ขับเคลื่อน และนำความเจริญมาสู่สังคมและประเทศชาติ ในมุมมองของผมนั้น จุดเด่นที่ทำให้หลักสูตร ABC เป็นที่นิยม ถึงขั้นสมัครมาเรียนกันอย่างล้นหลาม จนต้องเปิดให้สมัครทีนึงพร้อมๆกัน 2-3รุ่นนั้น เกิดจาก 1. วิทยากรแต่ละท่านที่มาบรรยาย ล้วนแต่เป็นคนคุณภาพ มีทั้งวิทยากรที่บรรยายในหลักสูตรระดับประเทศ, วิทยากรที่คนอยากฟังแต่ไม่ค่อยจะยอมไปพูดที่ไหน, วิทยากรที่เป็น Superstar ไม่เคยคิดว่าจะมาพูดในสถาบันการศึกษาใด หรือวิทยากรที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนฟัง กับการสู้ชีวิตที่กล้าท้าพิสูจน์ว่า เขาเจออุปสรรคในชีวิต มากกว่าพวกเราหลายร้อยเท่า 2. เนื้อหาของหลักสูตรที่เปิดเข้าไปในกระโหลก เพื่อกระตุ้นให้สมองส่วนความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งมักจะทำงานน้อยลงเรื่อยๆ ตามวัยและความเคยชินกับงานเดิมๆ ได้กลับมาทำงานอย่างเต็มที่ควบคู่ไปกับ ความคิดสมเหตุผล ซึ่งมักจะเกิดขึ้นจากประสบการณ์ การทำงานที่สั่งสมมา จนบดบังความคิดสร้างสรรค์ไปจนแทบไม่เหลือ 3. กิจกรรมประกอบหลักสูตร ไม่ว่าจะเป็นที่จันทบุรี หรือถ่ายหนังสั้นที่พัทยา ล้วนแล้วแต่จำลองเหตุการณ์ในการทำงาน ที่เกิดขึ้นจริงในชีวิต ที่เราต้องทำงานร่วมกับคนหลายคน เพื่อแข่งขันกับคู่แข่งทางธุรกิจ ทางหลักสูตรได้ Push Pressure ด้วยเงื่อนเวลา ทำให้เกิดความเหนื่อย หิว ง่วง ซึ่งจะเป็นบ่อเกิดของการท้อแท้และหงุดหงิด จนอาจกระทบต่อการทำงานร่วมกัน แต่เมื่อทุกคนสามารถทำมัน จนประสบความสำเร็จลุล่วงไปได้ เมื่อความเหนื่อย หิว ง่วง หมดสิ้นไป สิ่งที่เหลือก็จะมีแต่ แต่ความทรงจำดีๆที่เกิดขึ้น ในระหว่างทางสู่ความสำเร็จนั้นๆ 4. งานรื่นเริงภายหลังเลิกเรียน ที่แต่ละเมืองผลัดกันเป็นเจ้าภาพ ทุกเมืองตั้งใจที่จะทำให้เพื่อนๆทุกคนมีความสุข เป็นส่วนหนึ่งที่เร่งความสัมพันธ์ จากช่วงเวลาสั้นๆ เหมือนกับสนิทกันมานานหลายปี จากเหตุผลทั้ง 4ข้อ เมื่อประกอบกับคุณสมบัติ ของนักเรียนใน ABC#4 ซึ่งแต่ละคนมี Back Ground ที่ไม่ธรรมดา เป็นที่สุดของแทบจะทุกสาขาอาชีพ ซึ่งมีทั้งต่อยอดธุรกิจของครอบครัว และริเริ่มธุรกิจจนประสบความสำเร็จด้วยตัวเอง ผมยิ่งเชื่อมั่นว่ายิ่งนานไป หากพวกเรายังรักกันเช่นวันนี้ Connection ที่เราได้จากการเรียน ABC#4 จะยิ่งทวีคุณค่า ไม่น้อยกว่าความรู้ที่เราได้จากในห้องเรียนเลย ตั้งแต่วันแรกที่เข้าเรียน พี่โจ้ไดเรคเตอร์ผู้ก่อตั้งหลักสูตรABC พูดว่า หลักสูตรนี้ไม่มีการเช็คชื่อ สมัครมาแล้วไม่ต้องเข้าเรียนเลยสักครั้งก็จบได้ แต่บอกเลยว่าไม่มีใครอยากขาดเรียน เพราะจะคุยกับเพื่อนๆไม่รู้เรื่อง ผมก็ยังไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ จนถึงวันสุดท้ายของการเรียน จึงเพิ่งจะรู้ตัวว่า ผมเข้าเรียนครบ100% เท่านั้นไม่พอ ผมยังมาฟังเพื่อนๆ Talk จนครบทุกคน และยังเข้าห้องมารอฟังในห้องABC Talk อย่างใจจดใจจ่อ เป็นคนแรกๆในทุกๆครั้งด้วย ซึ่งผมได้ค้นพบว่ามันเป็นความสุข ที่มาพร้อมกับการเรียนรู้ ในอีกรูปแบบหนึ่ง ถือเป็นการเรียนรู้ในแบบ Slow Learning คือค่อยๆฟังเพื่อนๆพูดทีละคน ใส่ใจในรายละเอียดต่างๆของเพื่อน ชื่นชมในสิ่งที่เขาได้ทำ ในขณะที่เรารู้จักตัวตน ของเพื่อนมากขึ้นเรื่อยๆ ผมมีความเชื่ออย่างหนึ่งว่า คนเราจะมีความสุขได้ ตัวกับใจของเรา จะต้องอยู่ด้วยกัน เมื่อไหร่ที่ตัวเราอยู่ที่นึง ใจเราอยู่อีกที่นึง เราไม่มีวันที่จะมีความสุขได้ ดังนั้นเมื่อใจเราผูกพันกัน ไม่ว่าจะใครจะยุ่งมากแค่ไหน หรืออยู่ไกลกันอย่างไร ใจเราก็จะผลักดันให้ตัวเรา ตามมาเจอกันตลอด เมื่อมันเกิดขึ้นอย่างฉุกละหุก มันก็คือที่มาของคำว่า "วู่วาม" ซึ่งมักจะเกิดขึ้นกับชาวABC เสมอๆ ทั้งในขณะที่ยังเรียน และเมื่อเรียนจบไปแล้ว หลังจากวันนี้เมื่อพวกเราเรียนจบ และแยกย้ายกันไปแล้ว ผมมั่นใจว่าความรักและความผูกพันในหมู่เพื่อนพ้อง ABC#4 จะยังคงอยู่ เราจะยังคงมีกิจกรรมต่อเนื่องร่วมกัน เราจะยังคงเป็นพี่น้องเพื่อนฝูง ที่พร้อมจะยืนเคียงข้าง คอยช่วยเหลือและเป็นกำลังใจให้กันและกัน เช่นนี้ตลอดไป ขอบคุณ ABC สถาบันการศึกษา ที่ทำให้พวกเราได้มาเจอกัน จนกระทั่งทุกวันนี้ "ตัว"กับ"ใจ" ของพวกเราร้อยกว่าชีวิต ได้อยู่ในที่ที่เดียวกันครับ




View more...


สถาบันพัฒนาความคิดสร้างสรรค์เชิงธุรกิจ
มหาวิทยาลัยศรีปทุม
เลขที่ 2410/2 ถนนพหลโยธิน แขวงเสนานิคม
เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900


EMAIL: abcbyspu@spu.ac.th
ผู้ประสานงาน : คุณณัฐนันท์ อยู่สถิตย์ (ข่อย) 061 596 9310


ดู Sripatum University (Bangkhen) ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า