จินณ์ปภัชร์ พงษ์นฤสรณ์ (ปริม)

บริษัท ยูเนียน เพาเวอร์ เจท จำกัด
ผู้ช่วยผู้จัดการบัญชี


          “สังคมอักเสบ” เป็นอะไรที่เพื่อนสนิทปริมตั้งแต่เด็กชอบล้อเป็นประจำ คือเป็นคนหน้าปกติดูดุและหยิ่งมากเนื่องจากเป็นคนปากคว่ำเหมือนหน้าบึ้งตลอดเวลา ตั้งแต่สมัยเรียนม.ปลายแล้ว นั่งรอคนที่บ้านมารับก็มักจะมีเพื่อนเดินมาถามว่าเป็นอะไรรึเปล่า คือเก๊าไม่ได้เป็นอะไรน๊า แค่ปกติหน้าบอกบุญไม่รับเท่านั้นเอง T.T บอกเลยว่าวันเปิดเรียนตื่นเต้นมากคะ เพราะว่าก่อนมาเรียนก็มีแต่คนมาพูดกับเราว่ารุ่นนี้มีแต่คนเจ๋งๆแต่ตัวเราเองก็แสนจะธรรมดา คุยก็ไม่เก่ง ดื่มก็ไม่ค่อยดื่ม แถมยังหน้าไม่รับแขกอีกจะมีเพื่อนกับเค้ามั้ยเนี่ย โชคดีที่มีเพื่อนที่นัดกันมาเรียนคือแพร Prae Pichayada Attanand บวกกับมีเพื่อนสนิทที่สุดอย่างอิงค์ Ing Paetongtarn มาเรียนด้วยพร้อมพี่แจ๊ค Aeong Joemrith ก็ค่อยอุ่นใจหน่อย และแล้วพรหมลิขิตก็นำพาให้ได้มาอยู่ “โซล” (จริงๆตอนนั้น line บอกแพรให้เลือกรูปเดียวกันด้วยนะคะ :P) ในขณะที่กลุ่มอื่นผลัดกันนัดทานข้าวเมืองชนเมืองหลังเปิดเรียนวันแรก โซลเป็นกลุ่มแรกที่ต้องจัดปาร์ตี้เลยไม่ได้มีโอกาสไปเจอใครเลย คนในกลุ่มโซลเองก็ยังไม่มีโอกาสได้มานั่งคุยรู้จักกันเองด้วยซ้ำ เพราะเจอกันเฉพาะเวลาเตรียมการแสดงเท่านั้นจริงๆ ดังนั้นจุดเริ่มต้นของ Seoul bonding เกิดขึ้นในรถบัสชั้นล่างที่นั่งเบียดกัน 12 คน เลยทีเดียว วันนั้นทุกคนต่างเปิดใจเล่าเรื่องของตัวเองชนิดแบบที่ถ้าไม่สนิทไม่เล่าให้ฟังแน่นอน ปริมบอกตรงๆปริม surprise นะ ยิ่งคนหลังๆยิ่ง deep ขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งตอนนี้ปริมยังรอที่จะมี session นี้อีก ไม่อยากเชื่อว่าการทำเพียงแค่นี้จะทำให้เรารู้สึกเป็นครอบครัวเดียวกันได้จริงๆ เสียดายที่ระยะทางไปจันทบุรีมันสั้นไป ต่อให้นั่งเบียดยังไงเราก็ยังไม่อยากลุกกันเลยต่อให้ถึงแล้วก็ตาม ทุกเกมส์ย่อยของทริปจันทบุรีโซลไม่ได้คะแนนเลย ไม่ว่าจะเป็นจำนวนชิ้นของผลไม้ แถมยังไปกินข้าวก็เป็นกลุ่มที่ไม่มีโต๊ะนั่ง ทุกคนเครียดมากว่าจะแพ้ เพราะคำเตือนของพี่ก้า พี่โจ้ พี่ตุ้ม จริงๆว่าจะเป็นอะไรที่ต้องอายไปตลอดชีวิต ทีมโซลถึงกับต้องไปไหว้ศาลหลักเมืองคืนวันนั้นหลังทานข้าว กลับโรงแรมมานั่งวางแผน ซ้อมท่า แบ่งทีมทุกอย่าง และแล้วทีมเราก็เข้าแรลลี่เป็นอันดับที่หนึ่งจริงๆ ตอนประกาศผลรวมคะแนนแล้วรู้ว่าไม่ใช่ที่โหล่นั้นพูดเลยว่าดีใจมากกว่าตัวเองสอบได้ที่ 1 อีกด้วยซ้ำ น้ำตาแทบไหลและไหลจริงๆคะ ไม่ได้ไหลเพราะว่ากลัวโหล่มากนะคะ แต่แค่รู้สึกว่าที่ทุกคนพยายามด้วยกันทีมเวริค์ที่เรามีนั้นมัน strong มากจริงๆ พี่เอกที่ต่อให้ไม่ได้มาด้วยก็ช่วยคิดปริศนาส่งคำตอบมาให้ (Costume Naruto เจ๋งๆหรือว่า Starwar หรือชุดอื่นๆขอบอกเลยว่าคนนี้เป็นคนจัดการเสร็จสับ เป็นพ่อมดประจำเมืองคะ) พี่ดรที่เจอกันครั้งแรกในทริปนี้ก็สุดๆไปเลยทุกการช่วยเหลือ ศึกษาเส้นทางทุกอย่างมาอย่างดี กลับมาจากจันทบุรีก็มาเตรียมปาร์ตี้ต่อคะ พูดถึงปาร์ตี้โซล บอกเลยว่ารู้สึกโชคดีมากจริงๆที่ได้เป็นกลุ่มแรก ไม่ต้องกลัวซ้ำใครและไม่มีใครหวังอะไรมาก สิ่งที่เราต้องทำคือตามที่ directors ขอจริงๆ คือการแสดงพลีชีพ บอกเลยว่าทุกคนพลีชีพจริงๆ หลังจากนั้นบอกเลยคะว่าเฝ้ารอดูการแสดงของทุกกลุ่มและชื่มชมมากในความตั้งใจของทุกคน เสียดายที่ไม่อยู่งานเดียวคืองานโรมคะ ทริปถ่ายหนัง โจทย์ที่เราได้คือ “Earth Beat” ........Moment ที่ได้โจทย์มาตอนนั้นปริมนึกถึง “แผ่นดินไหว” หรือ “การปะทุของภูเขาไฟ” ไม่คิดเลยว่าเข้าคลินิกตอน 01.00 น. จะเหลือเพียงแค่ ……“ตด” ......เท่านั้น เราได้เนื้อเรื่องคร่าวๆตอน 10.30 น. เริ่มถ่ายทำแบบไม่มีบทและคิดสดกันตอน 11.30 น. ถ่ายไปเรื่อยๆคิดสดไปเรื่อย พี่หุ่นและพี่กึ้ง เป็นคนกำกับคิดสดทุกอย่าง ซีนแรกใช้เวลา 4 ชั่วโมง ซีนที่สองใช้เวลา 2 ชั่วโมง ซีนสุดท้ายใช้เวลา 30 นาทีเพราะแสงหมดคะ เป็นอะไรที่ตลกมาก แต่ปริมรักและประทับใจที่ทีมโซลเราไม่มีทะเลาะอะไรกันตั้งแต่เริ่มรับบทจนจบการถ่ายทำ การที่ให้ผู้บริหารจากหลายองค์กรมาทำงานร่วมกัน ทุกคนต่างมีความเป็นผู้นำสูงและค่อนข้างมีความเชื่อมั่นในความคิดตัวเอง มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะสรุปหนัง Earth Beat ให้ได้ภายในเวลาข้ามคืน แต่ว่าทีมโซลนั่นเราไม่รู้หรอกคะว่าเราจะได้ที่โหล่มั้ย แต่ที่เรามีคือความตั้งใจและสนุกกับการถ่ายทำครั้งนี้ร่วมกัน นี้คือสิ่งที่เราพูดกันตลอดระหว่างวัน ทุกคนขำกันเอง ฮากันเอง แต่นี้ก็ไม่ขออะไรแล้วคะ ขอบคุณ ABC กับประสบการณ์ทุกอย่างที่ชีวิตนี้ไม่เคยทำ......ทั้งเล่นเกมส์เดินบนน้ำ...... ทั้งเต้น Girl Generation …..ทั้งเดินแบบ.... ทั้งถ่ายหนัง ....ทั้งอดนอนแบบหนัง Freelance.....ทั้งได้ไปดูทุกคนเล่นในโรงหนังจอใหญ่ ..... ทั้งหมดที่เกิดขึ้น สำคัญคือ “ระหว่างทาง” ที่เราได้เจอมิตรภาพกับความทรงจำดีๆ และ “จุดเริ่มต้น” ของการเป็นครอบครัว ABC ประสบการณ์ชีวิตอันมีค่าในช่วงระยะเวลาสั้นๆนี้ ปริมไม่คิดอยากจะกลับไปแก้อะไรเลย ภูมิใจที่ได้อยู่โซลกับเพื่อนๆพี่ๆทุกคน และดีใจที่ได้จับคู่กับ New York เป็น White Team ปริมไม่สามารถพูดถึงทุกคนรายตัวได้ แต่ทุกคนน่ารักในแบบของตัวเองและมันลงตัวได้ดี จริงใจ และห่วงใยกันจริงๆคะ ไม่รักไม่รู้จะยังไงแล้วคะ สิ่งที่อยากจะแก้ก็คงอยากมีเวลาอยู่กับทุกคนนานกว่านี้คะ จะได้รู้จักพี่ๆคนอื่นๆมากขึ้น บอกตรงๆว่าไม่เข้าใจตอนแรกที่ทำไมคนอื่นดูอินกันจังและการเป็น ABC family คืออะไร ตอนนี้ปริมเข้าใจแล้วและต้องขอบคุณพี่เน่ง พี่ตุ้ม พี่โจ้ พี่ก้า ที่ทำให้คอร์สนี้มันเกิดขึ้น และได้ให้โอกาสปริมได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนี้คะ สุดท้ายนี้ปริมรุ้สึกว่าปริมได้ “ยาวิเศษ” มารักษาโรค “สังคมอักเสบ” ของปริมด้วยคะ ซึ่งก็คือความน่ารักและมิตรภาพของเพื่อนๆรุ่น 4 นี้ทุกคน ตอนปริมได้มีโอกาสคุยกับพี่หลายๆคน ทุกคนก็ยังพูดอยู่เลยว่าตอนแรกไม่กล้าคุยด้วย ปริมดูหยิ่ง แต่ไม่คิดว่าจะแมนขนาดนี้ 55555 ปริมเลยอยากขอโอกาสนี้บอกว่าปริมไม่หยิ่งและไม่กัดน๊า ^^ อยากรู้จักทุกคนจริงๆคะ แต่คุยไม่ค่อยเก่ง ปล. การบ้านชิ้นนี้ บอกเลยว่าเป็นการบ้านที่ยากที่สุดในชีวิตที่เคยทำมา การที่ให้มาอธิบายความรู้สึกตัวเองในกรุ๊ปใหญ่ขนาดนี้ บวกกับเป็นคนที่ปกติอ่านเป็นแต่ textbook และตกวิชาเรียงความภาษาไทยมาแต่ไหนแต่ไร ขออภัยคนอ่านทุกท่านมาใน ณ ที่นี้ด้วยคะ มันทั้งยาวและเรียบเรียงได้ไม่เป็นสับปะรดเลย




View more...


สถาบันพัฒนาความคิดสร้างสรรค์เชิงธุรกิจ
มหาวิทยาลัยศรีปทุม
เลขที่ 2410/2 ถนนพหลโยธิน แขวงเสนานิคม
เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900


EMAIL: abcbyspu@spu.ac.th
ผู้ประสานงาน : คุณณัฐนันท์ อยู่สถิตย์ (ข่อย) 061 596 9310


ดู Sripatum University (Bangkhen) ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า